ขยายหน้าจอ
  • 164เข้าชม
  • 1ตอบกลับ

ตำนานพระพุทธรูปปางโปรดพญาชมพูบดี [คัดลอกลิงค์]

ถอยกลับ ถัดไป
ออฟไลน์tatluang
 
ตำนานพระพุทธรูปปางโปรดพญาชมพูบดี (ปางทรงเครื่อง)
ตำนานพระพุทธรูปปางนี้มีตำนานกล่าวไว้ว่า  ในปฐมโพธิกาล มีพระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่งพระนามว่า  พญาชมพูบดี พระมเหสีทรงพระนามว่า พระนางกาญจนาเทวี ครองปัญจาลนคร พระองค์เป็นกษัตริย์ที่มีบุญญาธิการมาก ด้วยพระองค์ทรงอาวุธวิเศษมีอำนาจเหนือกษัตริย์น้อยใหญ่ทั้งหลาย ถึง ๓ อย่าง คือ ศรวิเศษ เรียกว่า “วิษสร”  ฉลองพระบาทแก้ว  และจักรแก้ว


มีกษัตริย์ในนครต่างๆ ยอมถวายดอกไม้เงินดอกไม้ทองเป็นเมืองขึ้นมากมาย ยังไม่มีกษัตริย์พระนครใดใกล้เคียงจะหาญเข้ามาต่อต้านได้ พระองค์ปรารถนาความยิ่งใหญ่โดยไม่ทรงรู้จักพอเช่นเดียวกับสามัญชนทั่วไป เมื่อทรงเห็นกษัตริย์นครใดมีราชสมบัติมากมีฤทธิ์น้อยกว่าก็ทรงใช้ศรวิเศษไปร้อยพระกรรณเอามาหมอบกราบแทบพระบาทให้ยอมเป็นเมืองขึ้นของปัญจาลนคร

วันหนึ่งเป็นวันพระจันทร์เพ็ญ พญาชมพูบดีทรงทอดพระเนตรเห็นดวงจันทร์งามสง่าอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวในท้องฟ้า ก็ทรงเทียบพระองค์ว่าพระองค์มีรัศมีล่วงดาวทั้งหลายฉะนั้น ทรงเบิกบานพระทัยด้วยความหวังแน่ในพระทัยเป็นที่ยิ่งนัก จึงทรงฉลองคู่พระบาทแก้วเหาะไปในอากาศ ทอดพระเนตรดูหัวเมืองทั้งหลายในชมพูทวีป

ครั้นเสด็จมาถึงพระนครราชคฤห์ ทรงเห็นยอดปราสาทสูงสล้างงามยิ่งนัก ก็ทรงจินตนาการว่า ปราสาทของใครหนอช่างงามยิ่งกว่าปราสาทของเรา ก็ทรงรู้สึกไม่พอพระราชหฤทัยด้วยความริษยา จึงได้เสด็จลงมายกพระบาทขึ้นกระทืบเพื่อจะให้ยอดปราสาทหักทลายลง  แต่ด้วยพุทธานุภาพทรงรักษาคุ้มครอง ในฐานะที่พระเจ้าพิมพิสารเป็นอริยสาวกขั้นโสดาบัน  ผู้ซึ่งมีพระราชศรัทธาไม่หวั่นไหวสั่นคลอนในพระรัตนตรัย ยอดปราสาทของพระองค์จึงไม่กระทบกระเทือน ดูประหนึ่งว่าเป็นเหล็กกล้า สามารถต่อต้านการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงได้ทุกประการ พญาชมพูบดีทรงกระทืบเท่าใดๆ ยอดปราสาทก็มิได้ระคายเคืองแต่ประการใดเลย

และขณะเดียวกันนั้น พระบาทของพญาชมพูบดีกลับแตก พระโลหิตไหลออกโทรมพระบาท พญาชมพูบดีเจ็บพระบาทยิ่งทรงพิโรธหนักขึ้น ทรงชักพระแสงขรรค์ออกฟันจนสุดกำลัง ยอดปราสาทก็หาได้หักพังลงไม่  แต่พระแสงขรรค์กลับบิดงอบิดเบี้ยว พญาชมพูบดีทรงขัดพระทัยและเสียขวัญอย่างหนัก เพราะไม่เคยพบการผิดหวังเช่นนี้มาก่อน ทั้งทรงพิโรธหนักขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี  รีบเสด็จกลับปัญจาลนคร  โดยทรงพระดำริจะใช้วิษสรมาร้อยพระกรรณเจ้าของปราสาทนี้ไปหมอบกราบแทบพระบาทของพระองค์  ครั้นเสด็จถึงพระนครแล้วก็ทรงใช้วิษสรให้ไปเอากษัตริย์ผู้ครอบครองนครราชคฤห์มาโดยเร็ว
วิษสรจากแล่งแล่นไปในอากาศโดยเร็ว ส่งเสียงร้องกัมปนาทเป็นที่หวั่นหวาด  ของคนและสัตว์ที่ได้สดับทั่วกัน


โปรดติดตามตอนต่อไป
ออฟไลน์borvorn
มาไวๆนะครับ...จอรอ  
กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด200 ตัวอักษร
สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
 
ถอยกลับ ถัดไป